รายละเอียด

หงสาจอมราชันย์ ภาคพิเศษ เล่ม 3 : ซากทัพ (จูล่ง)

บุรุษผู้ผันชีวิตจากหนทางด้านมืด สู่เส้นทางแห่งชื่อเสียงอันเจิดจ้า ภายใต้กายแกร่งที่ไม่รู้จักความเจ็บปวด กับหัวใจที่อ่อนไหวต่อคุณธรรมน้ำมิตรยิ่งกว่าผู้ใด

  • ผู้เขียน: หวังอี๋ซิง
  • ผู้แปล: ม.ประภา
  • ผู้เรียบเรียง: -
  • ISBN: 9789742282356
  • ขนาด: 14.5 x 21 cm
  • ราคาปก: 295.00 บาท
  • ราคาสั่งซื้อทางเว็บ: 250.00 บาท
  • ทดลองอ่าน » คลิิกที่นี่


    Add to cart

หงสาจอมราชันย์ ภาคพิเศษ เล่ม 3 : ซากทัพ (จูล่ง)

เนื้อหาหนังสือ

 

ผู้กล้าวายชชนม์กลายเป็นผี 'หันสือ' ปีนี้ใครร่ำไห้

ปีนั้น เขาผู้สูญเสียครอบครัว ได้ครองตำแหน่ง

หัวหน้าซากทัพรุ่นที่มีความสำคัญยิ่ง

นับแต่นั้น ครอบครัวรุ่งโรจน์ พิการแต่ยืนยง

มาปีนี้ อีกผู้หนึ่งที่สูญเสียญาติมิตรกลายเป็นหัวหน้าซากทัพรุ่นสุดท้าย

นับจากนั้น บ้านไม่เป็นบ้าน พิการซ้ำซ้อน

เหล่านี้ล้วนเป็นความลักลั่นเสียดสีของชีวิต

หัวหน้าซากทัพ กลับเป็นผู้ทำลายซากทัพ

ผู้เล่าเรื่องขำขัน กลับกลายเป็นเรื่องขำขันอันเหลวไหลสุดกู่

 

"หวังอี๋ซิง" รังสรรค์ยุคสามก๊กของเขาขึ้นมาด้วยจินตนาการอันแพร้วเพริศ โดยใช้ "หงสาจอมราชันย์" เป็นแก่น ตำนานสามก๊กเป็นโครง

 

 

อรรถกถา

     วิถีชีวิตของคนเรามักจะเป็นไปตามชะตาลิขิต ฟ้าได้กำหนดปัจจัยอันสำคัญยิ่งไว้แต่แรก เช่น คุณเกิดที่ไหน เติบโตอย่างไร ฐานะครอบครัวเป็นยังไง รวมถึงสภาวะแวดล้อม สิ่งเหล่านี้ล้วนหลอมรวมจนกลายมาเป็นคุณในเวลาต่อมา ลิโป้อาจไม่ใช่ผู้ที่สู้รบได้เก่งกาจที่สุดในยุคสามก๊ก น่าจะมีคนที่เก่งกว่าหรือร้ายกาจกว่าอยู่อีกมากมาย แต่ทำไมพวกเขาเหล่านั้นถึงไม่ได้มีชื่อเสียงสืบทอดกันมายาวนานอย่างลิโป้ละ?

     แหล่งกำเนิด โอกาสและประสบการณ์ทำให้ลิโป้กลายเป็นลิโป้ ส่วนคนอื่นเป็นคนอื่น

     นับแต่โบราณกาลมา อาจจะมีคนอีกมากที่ขาดโอกาสเพราะไม่สามารถเลือกที่เกิด สิ่งแวดล้อมและครอบครัว จึงทำให้ชื่อเสียงของพวกเขาเป็นดั่งดาวตกหรือดุจสายลมวูบผ่าน ไม่ทันถูกบันทึกไว้ยังไม่ทันขึ้นเวทีแสดงก็ลาลับดับสูญหายไปเสียแล้ว

     ตอนที่คิดถึงโครงสร้างของขบวนการ "ซากทัพ" นี้ ใจผมมักคิดไปถึงใบหน้าอันเลือนรางที่ผ่านไปเพียงแวบเดียวจนไม่ได้รับการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของคนกลุ่มนี้ ในยุคสามก๊กซึ่งการศึกสงครามเกิดขึ้นอย่างถี่ยิบนั้น ดาบกระบี่หนาหนัก เพียงถูกฟาดฟันเข้าสักครั้งสองครั้งก็กลายเป็นคนพิการได้ทันที ในยุคที่กำลังพลต้องผลัดเปลี่ยนเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าหลายคนที่เข้าสู่สนามรบต้องกลายเป็นคนพิการไปตั้งแต่ครั้งแรก ไม่มีใครสนใจชะตากรรมของพวกเขา ส่วนใหญ่กลายเป็นเศษซากกำลังพลที่ถูกทอดทิ้ง ทั้ง ๆ ที่ช่องว่างของประวัติศาสตร์มักจะถูกถมเต็มด้วยผู้คนที่ไม่ปรากฏชื่อเสียงเรียงนามเหล่านี้...

    นี่แหละคือที่มาของซากทัพ

     ระหว่าง 'เล่าต้า' หัวหน้าซากทัพรุ่นที่หนึ่งกับ 'เหลี่ยวหยวนหว่อ' หัวหน้าซากทัพรุ่นที่หก บรรดาหัวหน้าซากทัพคนอื่น ๆ นั้นล้วนตายไปแต่เนิ่น ๆ พวกเขาเองก็เป็นบุคคลที่สูญหายไปในประวัติศาสตร์เพียงพริบตา ที่ผ่านมามีผู้อ่านไม่น้อยทีเดียวที่มักจะถามว่า เป็นไปได้มั้ยที่จะเขียนถึงหัวหน้าซากทัพรุ่นที่สองถึงรุ่นที่ห้า?

     'หวังอี๋ซิง' ได้ลงมือจัดการกับช่องว่างของซากทัพนี้ไว้ในนิยายหงสาจอมราชันย์ภาคพิเศษเล่มที่สามนี้ เป็นการช่วยตอบสนองความต้องการของผู้อ่าน โดยได้ใช้จินตนาการอันล้ำเลิศ แต่งแต้มสีสันในช่องว่างสีขาว แต่ก็ไม่ได้เติมเสียจนเต็ม เพราะส่วนที่น่าดึงดูดที่สุดของเรื่องราวคือ การยังมีส่วนที่ว่างเว้นไว้ เพราะถ้าเล่าอย่างละเอียดสมบูรณ์จนเกินไป กลับจะไม่เหลือช่องว่างให้จินตนาการต่อได้อีก

     ในเล่มนี้ 'อี๋ซิง' ได้รังสรรค์ร่างภาพให้แก่ใบหน้ารางเลือนเหล่านั้น ผู้ที่ไม่ทันแม้แต่จะจารึกชื่อเอาไว้ด้วยซ้ำ ขณะเดียวกันก็เจาะลึกถึงความสัมพันธ์ฉันครอบครัวระหว่างเหลี่ยวหยวนหว่อ ก้วยงัง เตียวลุยและเสี่ยวม่าน เรื่องราวน่าติดตามในตอนที่หัวหน้าซากทัพรุ่นที่ห้าตัดสินใจปฏิรูปขบวนการซากทัพเป็นพิเศษ เพราะถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงแบบนี้ ซากทัพก็คงไม่อาจยุติเหตุความสูญเสียแต่เนิ่น ๆ ของหัวหน้าซากทัพรุ่นถัดไป ก่อนจะเข้าสู่ยุครุ่งเรืองของเหลี่ยวหยวนหว่อในช่วงเวลาที่สุมาอี้ขึ้นเป็นประมุขของสกุล

     เส้นสายความสัมพันธ์นับหมื่นพันระหว่างซากทัพกับสุมาอี้ รวมถึงช่องว่างของเรื่องราวที่ยังไม่เป็นที่เปิดเผยของขบวนการซากทัพนี้ กำลังจะค่อย ๆ ปรากฏในนิยายหงสาฯ ตอน 'ซากทัพ' เล่มนี้นี่เอง

 

เฉินเหมา

ธันวาคม ปี 2010

 

 

จากตำนานสามก๊กสู่ “หงสาจอมราชันย์” สุดยอดนิยายที่จะทำให้คุณเลือดลมพลุ่งพล่าน!!!

     '"คิดเกาะกุมใต้หล้า ให้เกาะกุมใจคนก่อน" เป็นคำสอนที่ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย เมื่อเข้าไปนั่งอยู่ในใจคนแล้ว จะคิดทำการสิ่งใดย่อมไม่ลำบาก เช่นเดียวกับวรรณกรรมจีนอย่าง "สามก๊ก" ซึ่งยังคงอยู่ในใจผู้คน และเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่องยาวนาน 
     นอกจากวรรณกรรมฉบับดั้งเดิมแล้ว สามก๊กยังแตกแขนงออกไปหลายรูปแบบ รวมถึงนิยายภาพหรือการ์ตูนฉบับใหม่ที่แต่งเติมสีสันให้สามก๊กอย่าง "หงสาจอมราชันย์" ของเฉินเหมา ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก จนกระทั่งมีการแตกแขนงปลีกย่อยออกมาเป็นนิยายเรื่อง "หงสาจอมราชันย์ ภาคพิเศษ" โดยสำนวนการเขียนของหวังอี๋ซิง ผู้ได้รับรางวัลนักเขียนนิยายอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์จากรางวัลนักเขียนนิยายฮ่องกง 

     หากการ์ตูน 'หงสาจอมราชันย์' คือภาพเติมเต็มแห่งนิยาย 'สามก๊ก' แล้ว นิยาย 'หงสาจอมราชันย์ ภาคพิเศษ' ก็ต้องเป็น 'เงา' แห่งภาพที่จะช่วยเพิ่มแสงเงาให้ภาพเกิดมิติที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น" หลายคนที่ไม่เคยอ่าน 'หงสาจอมราชันย์' หรือไม่เคยอ่าน 'สามก๊ก' มาก่อนเลย จะอ่านรู้เรื่องหรือไม่ ก็ขอยกตัวอย่างเปรียบเทียบว่า หากการนำเสนอของภาพยนตร์นิยายวิทยาศาสตร์แนวแฟนตาซีคลาสสิกอย่าง 'สตาร์วอร์ส' ซึ่งไม่ได้เรียงเอพิโสด ตามลำดับเหตุการณ์ หลายๆ ท่านก็ยังดูรู้เรื่องฉันใด การเริ่มต้นจาก 'สามก๊ก' สู่ 'หงสาจอมราชันย์' จนมาสู่ 'หงสาจอมราชันย์ ภาคพิเศษ' หรือจะย้อนศรในทางกลับกันไปมา ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อจินตนาการของท่านผู้อ่านเลย เพราะไม่ว่า 'สามก๊ก' หรือ 'หงส่าจอมราชันย์' ก็ต่างมีจุดที่คล้ายคลึงกัน นั่นคือ 'ยิ่งย้อนอ่านมากจบเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้ความลึกล้ำมากขึ้นเป็นเท่าทวี'