รายละเอียด

อภิชนคนครองโลก - Super Class

มหาเศรษฐีอย่างบิลล์ เกตส์ หรือประธานาธิบดีบารัก โอบามา ต่างอยู่ในกลุ่ม ซูเปอร์คลาส (Superclass)เช่นเดียวกับแองเจลีนา โจลี และโบโน โอซามา บิน ลาเด็น,ลักษมี มิตตัล และเปาโล โคเอโญ อยากรู้! ว่าอะไรคือหลักเกณฑ์ที่ใช้กำหนดคุณสมบัติของกลุ่มคน “ซุปเปอร์คลาส”

  • ผู้เขียน: เดวิด รอธคอฟ (David Rothkopf)
  • ผู้แปล: อรวรรณ คูหเจริญ นาวายุทธ
  • ผู้เรียบเรียง: -
  • ISBN: 9786167061
  • ขนาด: 16.1 x 23 cm
  • Weight/น้ำหนัก: -
  • ปีที่พิมพ์: -
  • จำนวนหน้า: -
  • ราคาปก: 395.00 บาท
  • ลดราคาเหลือ: 119.00 บาท
อภิชนคนครองโลก - Super Class

เนื้อหาหนังสือ

ตีแผ่ความไม่เท่าเทียมของคนในโลก ให้ผู้คนในยุคโลกาภิวัฒน์ได้ฉุกคิดและช่วยกันตั้งคำถามกับความเหลื่อมล้ำ ของคนที่เรียกว่า “ซุปเปอร์คลาส” ซึ่งมีอยู่ราว 6 พันคนแต่มีอำนาจอิทธิพลเหนือผู้คนกว่า 6 พันล้านคนทั่วโลก คนกลุ่มนี้อยู่ในแวดวงทั้งภาคธุรกิจ การเงิน กองทัพ ศาสนา จนถึงศิลปะวรรณกรรม และบันเทิง รวมถึงกลุ่มคนในเงามืด ซึ่งหมายถึง กลุ่มผู้ก่อการร้าย หัวหน้าองค์กรอาชญากรรมระดับโลก อยากรู้! อะไรทำให้เขาจัดอยู่ในกลุ่มคน “ซุปเปอร์คลาส” ผู้ทรงอิทธิพล ต้องอ่าน!


เดวิด รอธคอพฟ์ นิยาม “ซูเปอร์คลาส” ว่าหมายถึงคนกลุ่มหนึ่งซึ่งมีราว 6,000 คน แต่มีอำนาจอิทธิพลเหนือผู้คนกว่า 6 พันล้านคนทั่วโลก คนกลุ่มนี้อยู่ในหลายแวดวง ตั้งแต่ภาคธุรกิจ การเงิน การเมือง กองทัพ ศาสนา ไปจนถึงคนในแวดวงศิลปะวรรณกรรม และความบันเทิง รวมถึงซูเปอร์คลาส ‘ในเงามืด’ ซึ่งหมายถึงกลุ่มผู้ก่อการร้าย และหัวหน้าองค์กรอาชญากรรมระดับโลก คนกลุ่มนี้มักใช้อำนาจ และขยายอำนาจอิทธิพลผ่านพัฒนาการความสัมพันธ์กับซูเปอร์คลาสคนอื่นๆ และมักมีผลประโยชน์ร่วมกัน   
ความไม่เท่าเทียมในโลกกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่น ในปี 2007  จีดีพีหรือผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของประเทศต่างๆ ทั่วโลกรวมกันมีมูลค่าราว 47 ล้านล้านดอลลาร์ ในขณะที่ปีเดียวกันนั้น บรรษัท 250 แห่งในโลกมียอดขายรวมกันสูงกว่า 14.87 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 1 ใน 3 ของปริมาณรวมของจีดีพีทั่วโลก ยอดขายของบรรษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ เช่น บริษัทน้ำมันเอ็กซอนโมบิลสูงกว่าจีดีพีของซาอุดีอาระเบีย (ซึ่งถือเป็นประเทศที่ทีระบบเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดอันดับ 25 ของโลก)  ยอดขายของวอลมาร์ตสูงพอๆ กับจีดีพีของอินโดนีเซียกับโปแลนด์  และยอดขายของเจเนอรัลมอเตอร์สสูงกว่าจีดีพีของประเทศไทยฯ

รอธคอพฟ์ มองซูเปอร์คลาส ในสามสาขาใหญ่ๆ คือ ธุรกิจ การเมือง และการทหาร
ธุรกิจเองได้เข้าไปมีอิทธิพลต่อการเมือง และการทหารอย่างดิ้นไม่หลุด
แล้วการเมืองจะทำไปเพื่อคนส่วนใหญ่หรือทุนส่วนใหญ่?
รอธคอพฟ์ ตั้งคำถามต่อไปว่า
ถ้าเช่นนั้นอะไรจะเป็นกลไกถ่วงดุลหรือควบคุมเหล่าซูเปอร์คลาส?

 ‘ซูเปอร์คลาส’ ไม่ได้โจมตีองค์กรหนึ่งองค์กรใด แต่เป็นการตั้งประเด็นของ Globalization ผู้เขียนแสดงถึงการทำการบ้านอย่างดีเพราะมีการอ้างอิงหนังสือ หรือคำพูดของบุคคลสำคัญๆ มากมาย   อันทำให้เกิดความหลากหลายทางความคิด การเอาคำว่าซูเปอร์คลาส เป็นศูนย์กลางแล้วมองจากรอบด้านเข้าไปหาทำให้เกิดประเด็นน่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะเรื่องโลกาภิวัตน์ ที่เขามองว่าเทคโนโลยีและนโยบายเสรีทางการค้าทำให้ทุนขยายตนเองออกนอกกรอบของประเทศไปสู่ระดับภูมิภาคหรือระดับโลก ผู้เป็นเจ้าของทุนหรือธุรกิจเองก็โตตามนั้น ที่สุดการโตนั้นก็ไปท้าทายท้องถิ่นต่างๆ เปรียบได้ว่าเมื่อปลาใหญ่กินปลาเล็กแล้ว มันจึงเหลือปลาตัวอ้วนใหญ่เพียงไม่กี่ตัวในสระน้ำ
 
 ‘อรวรรณ คูหเจริญ นาวายุทธ’ ผู้แปล มีโอกาสได้อ่านและแปลหนังสือเล่มนี้อย่างสนุก ผู้ประพันธ์เขียนหนังสือเล่มนี้จากประสบการณ์ตรงและจากมุมมองของคนวงใน เราเห็นภาพการใช้ชีวิตหรูหราฟู่ฟ่าของคนกลุ่มนี้ ที่ช่างน่าตื่นเต้น ห่างไกลจากชีวิตประจำวันของคนหาเช้ากินค่ำอย่างเราๆ ท่านๆ เหมือนได้อ่านหนังสือซุบซิบไฮโซในแวดวงการเมืองและการเงิน แต่สิ่งที่น่าประทับใจอย่างหนึ่งในหนังสือเล่มนี้ก็คือ ผู้เขียนหยิบยกประเด็นหลักคือเรื่องความไม่เท่าเทียมของคนในโลกมานำเสนอให้ผู้คนในยุคโลกาภิวัตน์ได้ฉุกคิดและช่วยกันตั้งคำถาม โดยที่พวกเราเองก็สมควรตระหนักรู้ และสนใจพิจารณาบทบาทแนวโน้มของคนกลุ่มนี้ เพื่อจะได้มีโอกาสเตรียมพร้อมรับมือได้อย่างเท่าทันในอนาคต โดยหนังสือเล่มนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งที่จะใช้เป็นข้อมูล และเป็นพื้นฐานในการจุดประกายและต่อยอดความคิดของเราได้เป็นอย่างดี