สตีฟ จอบส์ เป็นบุคคลที่ได้รับความสนใจ ไม่ใช่เพียงเพราะเขาสร้างผลิตภัณฑ์เขย่าโลกแบบ iMac, iPhone, iPad. iPod ให้ออกมาได้วิเศษสุด จนคนทั่วโลกเรียกกระแสความตื่นตัวของผู้บริโภค ที่มีความหลงใหลต่อสินค้าจากค่ายแอปเปิลชนิดที่ต้องครอบครองให้ได้สักชิ้นในชีวิตนี้ว่า เป็นปรากฏการณ์ใหม่ทางการตลาดในฐานะของ “แบรนด์ลัทธิ” ที่ไม่ได้มีให้พบเห็นบ่อยนัก
“สตีฟ จอบส์ แบบอย่างของผู้พลิกโลก ด้วยความ คิดสร้างสรรค์” เขาบอกให้โลกรู้ว่า การทำในสิ่งที่คนอื่นบอกว่าเป็นไปไม่ได้นั้น เป็นเรื่องท้าทายและน่าสนุกเพียงไร การทำในสิ่งที่ตัวเองรักและลุ่มหลงอย่างจริงจังนั้น เป็นเรื่องที่อยู่เหนือผลตอบแทนทางวัตถุ และสุดท้ายมันจะนำมาซึ่งความสุขและความภาคภูมิใจ จนความล้มเหลวใดๆ ที่แม้คุณจะบอกว่ามันใหญ่โต แต่สำหรับคนที่มีสายตาไว้จับจ้องไปยังเป้าหมายเพียงอย่างเดียวนั้น อุปสรรคใดๆ ก็จะเป็นได้แค่เพียงเศษก้อนกรวดที่ปลิวมาตกขวางทางเดิน
ถ้าคุณยังไม่หยุดค้นหา สักวันคุณก็อาจจะค้นพบเส้นทางของคุณเอง คุณอาจจะเป็น “คนต้นแบบ” ที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ ได้ ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ชายคนนี้ “สตีฟ จอบส์”
ความพิเศษของ สตีฟ จอบส์ ไม่ได้ถูกจับตามองแค่ในฐานะ “พระเจ้าแห่งโลกเทคโนโลยี. แต่ยังถูกจับตามองในฐานะของนักบริหาร นักวางแผนการตลาด นักสร้างแบรนด์ ไปจนถึงความเป็นนักคิดและนักพูดที่ไม่เหมือนใคร ประวัติความเป็นมาในการสร้างธุรกิจของเขานั้น “ไม่ธรรมดา” เอาซะเลย หลายครั้งที่กระบวนการในการคิด การตัดสินใจ และการลงมือทำของเขา ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นกรณีศึกษาที่คนหลากหลายวงการสาขาอาชีพต้องนั่งวิเคราะห์ถึงที่มาของแนวคิดเหล่านั้น
สิ่งที่ถูกเรียกว่า Steve Jobs’way นี้ มีนักวิชาการจำนวนมากที่พยายามแยกธาตุความเป็นสตีฟ จอบส์ ออกมาเป็นหมวดหมู่เพื่อสร้างทฤษฎีใหม่ๆ ขึ้น มีนักธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่แอบถามตัวเองเวลาเจอปัญหาว่า ถ้าเป็นสตีฟ จอบส์ เขาจะทำยังไงกับมัน รวมทั้งมีคนที่กำลังค้นหาเส้นทางสู่ความสำเร็จของตัวเองอีกมากที่นำประสบการณ์ชีวิตของเขามาเป็นบทเรียนสอนใจ